วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เมื่อการทำงานประจำกำลังสูญพันธุ์






เมื่อการทำงานประจำกำลังสูญพันธุ์  » งานที่ดี... ในสายตาคน 4 Generation 
       
   ย้อนกลับไปซัก 40 ปีก่อน... 
       คำว่า 'งานที่ดี' ในสายตาคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (ปัจจุบันอายุช่วง 52-70 ปี) แตกต่างจากยุคปัจจุบัน   พวกเขาได้รับการสอนมาว่า ให้ตั้งใจเรียน จบมารับราชการ ทำงานรัฐวิสาหกิจ เป็นเจ้าคนนายคน  งานมั่นคงที่สุด ไม่มีเลย์ออฟ ชามเหล็กตกไม่แตก มีกินมีใช้   บางคนมีรถหลวงบ้านหลวงอยู่อาศัยได้ทั้งชีวิต เงินเดือนก็ขึ้นตลอด   ถึงกับมีคำกล่าวว่า 'สิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง'
       แต่ในยุคปัจจุบัน..ปัญหาคือ 
- เงินเดือนเริ่มต้น ของ งานราชการ งานรัฐวิสาหกิจ ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเอกชน   -
- โอกาสในการเติบโตก็ยากกว่า  เพราะ  มีระบบอาวุโสที่เคร่งครัด
- โอกาสในการแสดงความสามารถขออาสารับทำงานสำคัญก็ยาก เพราะ 
   มีระบบชั้นการบังคับบัญชาที่ลึกล้ำ และ  ยังมีระบบพิเศษที่ผูกติดกับระบบอุปถัมภ์ค่อนข้างมากระดับลึกซึ้ง ฯลฯ
ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ 'คนรุ่นใหม่' ที่ต้องการความสำเร็จเร็ว จึงมักจะปฏิเสธงานราชการ

        ย้อนกลับไปซัก 20-30 ปีก่อน...
        คำว่า 'งานที่ดี' ในสายตาคนรุ่นGen. X (ปัจจุบันอายุช่วง 36-51 ปี) คือ งานในองค์กรเอกชน เงินเดือนสูง  ยิ่งถ้ามีความมั่นคงด้วย แบบ งานธนาคาร งานบริษัทน้ำมัน งานบริษัทสื่อสาร องค์กรใหญ่ ยิ่งเป็นงานในฝัน
         โอกาสในการไต่เต้า (career path) เปิดกว้าง ทำงานซัก 20 ปี ก็ได้เป็นผู้จัดการ ผู้อำนวยการ หลังอายุ 40 ปี มีทั้ง เงินเดือนสูง มีทั้งตำแหน่งสูง
       แต่ในยุคปัจจุบัน..ปัญหาของงานเอกชน คือ เงินเดือนเริ่มต้นที่เคยสูง กลับไม่สูงอย่างอดีต     ท่านเชื่อหรือไม่ว่า เงินเดือนวิศวกร สตาร์ท 15,000 บาท เป็นเงินเดือนเริ่มต้นตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว  กระทั่งปัจจุบันนี้ ก็ยังมีหลายบริษัทให้สตาร์ทที่ 15,000 บาทเหมือนเดิม อีกทั้งโอกาสในการไต่เต้าก้าวหน้าก็ตีบตันลง  เพราะ คนปลายยุคเบบี้บูมเมอร์ และ คนยุคGen. X ยึดกุมตำแหน่งสำคัญในองค์กรเอกชนใหญ่ ไว้เกือบหมด
        และที่สำคัญที่สุด อัตราการขึ้นเงินเดือน ที่เคยมีอย่างน้อย 10% ในอดีต ตอนนี้เฉลี่ยขึ้นเงินเดือนกันที่ 3-5% เท่านั้น



        ย้อนกลับไปซัก 10 ปีก่อน...
       คำว่า 'งานที่ดี' ในสายตาคนรุ่นGen. Y (ปัจจุบันอายุช่วง 21-35 ปี) เริ่มเบนออกจากคำว่า 'งานประจำเพราะ การต้องตรากตรำทำงาน 20 ปี กว่าจะได้ลืมตาอ้าปาก   
       คนGen. Y ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีคงรอไม่ไหว อีกทั้งงานประจำเอกชนสมัยนี้เงินเดือนขึ้นช้า โบนัสน้อยลงมาก   แถมยังมีความมั่นคงในอาชีพน้อยกว่ายุคเก่าอย่างมาก
มีข่าวการเลย์ออฟไล่ออกให้ได้ยินเป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี
        ในขณะที่คนเจน Y ต้องการทุ่มเททำงานหนักเพื่อแสดงความสามารถเต็มที่ต้องการการยอมรับ ต้องการจับงานใหญ่ ต้องการทำงานหนัก 5-10 ปี แล้วคุ้มค่ากับการทุ่มเท ... 
         นี่จึงเป็นที่มาของงานฟรีแลนซ์ที่คนทำงานประจำออกมารับงานอิสระ ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย  แต่ถ้าเมื่อไหร่ ได้เป็นมือวางอันดับต้น ในความเชี่ยวชาญงานสายฟรีแลนซ์นั้น งานจะไหลมาเทมา ต้องทำจนห้ามป่วย ห้ามพัก กันเลยทีเดียว
        
    กระแสการทำงานฟรีแลนซ์เริ่มมีมากขึ้น อาชีพที่เรามักได้ยินกันก็หลากหลาย เช่น ฟรีแลนซ์ถ่ายภาพ ฟรีแลนซ์เขียนโปรแกรม ฟรีแลนซ์ที่ปรึกษาธุรกิจ ฟรีแลนซ์วิทยากร ฯลฯ  แปลตรงตัวก็คือ ผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพนั้น ที่ผันตัวเองจากลูกจ้างบริษัท มาเป็นผู้รับจ้างอิสระ
         
เข้าสู่ยุคปัจจุบัน...คนGen. Y ปีสุดท้ายได้เข้าสู่ตลาดแรงงานกันหมดแล้ว 
และกำลังมีคนเจนเนอเรชั่นใหม่คือ Gen.Z (ปัจจุบันอายุช่วง 21 ปีลงมา) กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
          คนGen.Z ที่เกิดและเติบโตมากับเทคโนโลยี ความรวดเร็วฉับไว มีโทรศัพท์มือถือทุกครอบครัวตั้งแต่พวกเขาเกิดไม่นาน   และเป็นกลุ่มผู้ใช้ Social Media กลุ่มใหญ่มาก
คนGen Z ยิ่งต้องการความสำเร็จเร็วมากกว่าคนGen Y ซะอีก
          หากคนGen Y คือคนรุ่นใหม่ ที่นิยมลาออกจากงานประจำ มาเป็นฟรีแลนซ์คนGen.Z คือคนรุ่นใหม่กว่า ที่ไม่นิยม การเข้ามาเริ่มทำงานประจำเลยด้วยซ้ำ แต่จะมุ่งตรงไปที่การเป็นฟรีแลนซ์ รับจ้างทำงานเป็นชิ้นไปเลย ทีนี้ เกิดคำถามว่า จำนวนงานจะเพียงพอเลี้ยงตัวเองได้หรือ???  ในเมื่อประสบการณ์และอายุงานยังน้อยมาก คอนเนคชั่นในวงการ ก็ยังเพิ่งเริ่มต้นอาชีพฟรีแลนซ์ จะพอเลี้ยงตัวเองได้อย่างไร ???


          นี่จึงเป็นที่มาของการรับทำงานไม่ประจำ แบบจ๊อบ ทำเสร็จแล้วจบ แต่มีหลาย ชิ้นงาน    ในอเมริกาเรียกรูปแบบการทำงานนี้ว่า 'Gig Economy' คือ รับงานเป็นจ๊อบหลายจ๊อบ  ซึ่งแตกต่างจากฟรีแลนซ์ที่ทำงานอย่างเดียวเป็นแนวเชี่ยวชาญ
           ตัวอย่างของ Gig Economy เช่น...
            นายสมชาย คนGen. Z เพิ่งเรียนจบ อาจจะรับงานหลาย Gig โดยมีทั้ง ขายของใน IG (Instagram)ในช่วงเช้า    ช่วงกลางวันนัดพบลูกค้ามาเช่าบ้านตัวเอง ที่แบ่งพื้นที่ให้เช่าใน Airbnb และ ช่วงเย็นรับติวฟิสิกส์กลุ่มนักเรียน .ปลาย ทางออนไลน์
หรือ ช่วงเย็นของบางวัน ...อาจรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินำเที่ยว ชิมอาหารย่านเยาวราช ผ่านทางแอพ Take Me Tour
           นายสมชายจึงเป็นคนที่มีรายได้หลายทาง โดยงานทุกชิ้นมี 'อินเทอร์เน็ต' เป็นเครื่องมือสำคัญ
           เทรนด์นี้กำลังมาและจะทวีความสำคัญต่อคนรุ่นใหม่อย่างมาก
----------------------------------
          ถามว่าอะไรที่ทำให้คนรุ่นGen Y และ Z ทำแบบนี้ได้ ?

          การเกิด Gig Economy มีปัจจัยสำคัญดังนี้...
1. อินเทอร์เน็ต โครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 3G 4G รวมทั้งเนตบ้าน ทำให้คนทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ เชื่อมต่อกับโลกได้ทุกที่ ทุกเวลา
2. แอพพลิเคชั่น พัฒนาการของโลกแอพ ไปไกลมาก โลกเรามีโซเชียลมีเดียที่ใช้กันทั้งโลกอย่าง Facebook, Twitter
 เรามีแอพแชร์ภาพชื่อดังอย่าง Instagram   เรามีแอพแชทสื่อสารอย่าง WhatsApp และ LINE และ กำลังมีแอพยุคใหม่ ที่เอื้อให้คนทำงานได้มากขึ้นอย่าง Grab TAXI, UBER, และ Airbnb
3. คนรุ่นใหม่ ผู้นำในโลกยุค 10 ปีข้างหน้า กำลังจะถูกขับเคลื่อนโดยคนGen Y และ Z
ซึ่งเป็นคนที่เติบโตมากับเทคโนโลยี และความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร และเป็นคนที่พร้อมรับอะไรใหม่ เต็มที่
          สิ่งที่ผลักดันคนGen Y และ Z ให้หันมาทำงานไม่ประจำ ทำหลายจ๊อบมากขึ้น
ผมคิดว่า  มีเรื่องมุมมองต่อความมั่นคงในงานที่ไม่เหมือนเดิม

       

พวกเขาสงสัยอย่างยิ่งว่า
        • เงินเดือน 15,000-18,000 บาท จะสร้างความมั่นคงในชีวิตได้อย่างไร ?
        • อัตราการขึ้นเงินเดือน 3-5% หรืออย่างเก่ง 10% จะสร้างความมั่นคงในชีวิตได้อย่างไร ?
        • การไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งบริหาร ใช้เวลาเป็น 10 ปีขึ้นไป พวกเขามองว่านั่นเป็นความเสี่ยงมหาศาล (คนรุ่นใหม่ทำงาน 1-2 ปีก็ถามหนัก ละว่าเมื่อไหร่จะได้เป็นผู้จัดการ)
----------------------------------
         ดังนั้น Gig Economy งานไม่ประจำ ทำหลายจ๊อบ จึงเป็นโอกาส เป็นความท้าทาย และเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่ต้องการ
         ...ตอบโจทย์ความเป็นผู้ประกอบการ 
         ...ตอบโจทย์ความท้าทายในชีวิตทำงาน 
         ...ตอบโจทย์ความเป็นเจ้านายตัวเอง 
         ...บริหารจัดการเวลาของตัวเองได้
         Gig Economy ยังเติมเต็มความต้องการเบื้องลึกอีกอย่าง1ของคนรุ่นใหม่ คือ 'การใช้ชีวิตไปด้วย ทำงานไปด้วย'   
         เพราะ  พวกเขาเห็นพ่อแม่ทำงานหนักเป็นลูกจ้างองค์กรมาทั้งชีวิต กว่าจะได้เที่ยวจริงจัง ก็วัยใกล้เกษียณเข้าไปแล้ว   ชีวิตทำงานจึงไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่พวกเขาต้องการ
----------------------------------
          คำแนะนำ 3 ข้อของผม สำหรับคนGen Y และ Z ที่จะเข้าสู่ Gig Economy อย่างเต็มตัวในอนาคตอันใกล้นี้ คือ...
         1. จงสร้างบ่อน้ำไว้หลายบ่อ...สร้างความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ความมั่นคงของชีวิต ไม่เคยมีอยู่ในงานเดียว
         2. จงเป็นเจ้านายตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ...งานฟรีแลนซ์ งานไม่ประจำทำหลายจ๊อบ ไม่มีเจ้านายมาสั่งเรา จึงจำเป็นที่ตัวเราต้องมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าและตัวเองอย่างสูงยิ่ง
         3. จงเป็นมนุษย์เกินร้อยด้วยความที่ต้องทำงานหลายจ๊อบ ทั้งหาลูกค้า หานายจ้าง หรือบางครั้งอาจจะทำงานประจำร่วมด้วย
        >>>** การเป็นมนุษย์เกิน 100% เหยียบเรือหลายแคม ต้องใช้พลังกายพลังใจสูง**
จริงอยู่ว่า  งานไม่ประจำทำหลายจ๊อบ อาจจะไม่เหมาะกับคนGen Y,Z ทุกคน ซึ่งก็ต้องดูจริต ดูจังหวะชีวิตของแต่ละคน
       >> ***แต่ผมมีความเชื่อลึก ว่า คนรุ่นใหม่ต้องการความยืดหยุ่น (Flexible) และความเป็นเจ้าของ (Ownership) **
----------------------------------
       งานลักษณะนี้...จึงน่าจะเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก
ที่อเมริกา มีคนทำงานไม่ประจำทั้งประเทศ มากถึง 53.7 ล้านคน คิดเป็น 16.8% ของจำนวนประชากร...เยอะมากใช่เล่นครับ  
         ถึงขนาดที่เรื่อง Gig Economy เป็นประเด็นในการหาเสียง ของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี อย่างฮิลลารี่ คลินตัน  พูดถึงนโยบายการส่งเสริม Gig Economy ว่าจะทำอย่างไร   โดยใช้คำเรียกเศรษฐกิจยุคใหม่นี้ว่า Micro Entrepreneurship (ผู้ประกอบการขนาดจิ๋ว)
         งานไม่ประจำ ทำหลายจ๊อบ ...เทรนด์นี้มาแน่ ครับ

       สำหรับผมอยู่ช่วง Gan Y
       เรื่องที่เป็นเทรน มันเกิดแน่นอน ครับ  เด็กบางคนปี 1 ปี 2 รายได้หลัก 2 หมื่นขึ้น ย้ำว่าบางคนเท่านั้น เขาโตไวมาก เรียนรู้ไว มีทักษะทางไอที ภาษา การเข้าสังคม  สามารถเอาของลงขายหน้า facebook  iG โดยที่ไม่มีหน้าร้าน บางที่อาจจะไม่มีสต๊อกสินค้าด้วยซ้ำ 
ในขณะที่บางคนบอกว่า เงินน้อย งานขายของกิกก๊อก  ในขณะที่เราหัวเราะเด็กเขา  เคยถามตัวเองว่าจริงๆ คุณชอบสิ่งที่เป็นอยู่ไหม

ถ้าไม่ชอบ.......จะหาทางเปลี่ยนตอนนี้ หรือ ชาติหน้า เผื่อว่ามันมีจริง.......
             ผมเชื่อว่าทุกคน ไม่อยากจน แต่ถ้ารวยมันง่าย คงมีคนรวยเยอะโคตร ไม่ได้อยากเป็นลูกน้องแต่เจ้านายมันมีหลายคนไม่ได้
คุณจะ "เป็นได้แค่นี้ หรือแค่นั้น" มันขึ้นอยู่กับคุณ คือ (ตัวมึงอ่ะ) และสภาพแวดล้อม สังคม เพื่อน บรรยากาศ ทัศนคติ ถึงจะแตกแถว
โดนมุมปาก นั้นนี้ เรายังมีครอบครัว คนที่อยู่ข้างเราเสมอ วันที่ "เขาพยายามกลบฝังเราให้จมลงดิน โดยไม่รู้เสียเลยว่าเราคือ เมล็ดพันธ์ุ"

ออกไปลุยยยยยยย



เมื่อการทำงานประจำกำลังสูญพันธุ์  » งานที่ดี... ในสายตาคน 4 Generation  
» โดย อธิป กีรติพิชญ์ (นิ้วโป้ง)
ภาพประกอบจาก Fb:Thada Buranavatana
www.pixabay.com, www.pixabay.com/aomsin
พูดคุยทักทายกันได้ที่ FB: Aom Adisorn Kromsri






วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

คำถามนี้ราคาแพงมากๆ

ความจนมันน่ากลัว แล้วจนอะไรบ้างล่ะครับ


        เราตื่นมาทุกเช้าเพื่อมาติดแงก อยู่ในรถ  โห้นรถเมล์(บางสายคนขับพูดเพราะ ม๊าก)แล้วไปทำงานในห้องแคบๆ ไปเที่ยวหรอ จารึกประวัติศาสตร์ได้นะ เทศกาลก็ต้องแย้งกันกิน เอ้าเชลฟี่ลง facebook นั้นล่ะ นขัตฤต จะไปไหนนานก็ไม่ได้ เดี่ยวหัวหน้าให้ลายาว โดยหาคนอื่นมาทำแทน  ปัจจัยหลักคือเงิน แล้วที่ เราทำอยู่ทุกวันนี้เพราะ "เงิน" หรือเพราะ "ชีวิต" คำถามนี้ราคาแพงมากๆ


มีหลายคนชอบบอกว่า "เงินไม่สำคัญ เท่ากับการมีอิสระ" คำถาม คือ อิสระของคุณคืออะไร

ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆครับ
      คนมีเงินซื้อของเล่นหลักพัน หลักหมื่น โดยการตาม เทรน แฟชั่น ตามเพราะเพื่อนมีกินข้าวหลักร้อยต่อมื้อได้สบายๆ ตรงกันข้าม
      คนจน อาจจะต้องใช้เงินหลักร้อยเพื่อให้กินได้ทั้งวัน ซื้อของราคาหลักหมื่นต้องเก็บเงินหลายเดือนหรือวางแผนข้ามปี ทำโอที รอลุ้นโบนัส


        ยังไม่รวมถึงตอนแก่ชรา เจ็บไข้ได้ป่วย  เคยไปรับรักษาที่โรงพยาบาลไหมครับ แล้ว รัฐบาล กับ เอกชน ต่างกันไหม  รอหมอก่อนนะ หมอยังไม่เข้าเวร อย่างน้อย10 นาที ถ้าไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน   นั่งรถเขน มีพยาบาลดูแล ไหว้สวย พูดเพราะ ๆตั้งแต่ลงรถ (มีหมอ 24 ซม.) 
       คนรวยมีลูกหลานดูแล ห้อมล้อม ไม่เหงา บ่นชี้นิ้วได้ ตามต้องการ เพราะมีเงินหรือทรัพย์สมบัติ ซึ่งก่อนชีวีจะไปต้องชั่งใจว่า จะแบ่งใคร อันไหนบ้าง
       คนไม่รวยนานๆมาไหว้ที ตามช่วงเทศกาล ส่วนมากจะตั้งวงกินเหล้าเปิดเพลงมากว่ามาดูแล มาเยี่ยมหรือมาพบเพื่อน  รอเงินผู้สูงอายุเดือน 600 อยู่ตามอัตภาพ เจียมเนื้อเจียมตัว รอรับสายโทรศัพท์ขณะที่อีกฝ่ายจิ้มทุกๆ 2 ซม.

ตามหาชีวิต "เงินซื้อได้หลายอย่าง"
       อยากเรียนอะไรเอาเลยลูก กับ จะเรียนอะไรดูด้วยว่าเสียเงินเยอะไหม
ออกไปหาแรงบันดาลใจกับสถานที่ใหม่ๆ  กับ ไปทำไมไร้สาระหาแรงบันดาลใจ
จบค่อยว่ากัน เอาให้จบก่อน มีงานแน่  กับ  เรียนจบหางานทำไวๆ ใช้หนี้ กยศ.

       คนมีเงินเรียนไม่เก่งเข้าติวเตอร์ อยากเรียนคณะไหน สอบไม่ติดเอกชนมี แม่จัดการให้ได้
ไปเที่ยวเจอผู้คนจะได้มีการเข้าสังคมเอาตัวรอดเป็น ไปเปิดโลก
เข้าบริษัทเพื่อพ่อไหมเมื่อจบแล้ว

อีกคน
       หากสอบไม่ติดก็ไม่ต้องเรียน แล้วต้องดูครอบครัวส่งเรียนไหวไหม
เที่ยวทำไม ว่างก็ทำงาน อยู่บ้าน มันสิ้นเปลือง แรงบันดาลใจมันสำคัญขนาดต้องออกไปหาเลย
เรียนจบหนี้กองโตผ่อนหักเงินเดือน (ที่แทบไม่เหลือ)ซึ่งเราต้องรับผิดชอบเอง  ก้มหน้าทำงานวนไป

ความรัก 
รักอย่างเดี่ยวกินไม่ได้  ฐานะ หน้าตา การงานหน้าที่ มีผลครับ ล้านเปอร์เซ็นต์
โน๊ตอุดมบอกว่า ผู็หญิงสมัยนี้  ชอบคนดี  คบคนเลว แต่งกับคนรวย
อีกมุมของผู้หญิง  ผู้หญิงไม่ได้ชอบคนรวยเสมอไป  ทำไม ต้องติดเกมส์ บ้าบอล ติดเพื่อน
ไม่พัฒนาตัวเอง ต้ังใจทำงาน พยายามวางตัวให้ดี  คือ Goอยากมี ปั่ว ที่เลี้ยงเรา กับเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกได้  ก็มีหลายมุมครับ
"ขณะที่หลายคนโพสต์รูปไปเที่ยวแต่ฉันไปได้แค่ปากซอยหน้า 7-11 "

โอ้ย อยากปล่อย โฮ ไหมครับ
     ผมเป็นคนที่เดินทางบ่อยจนคนบอกได้ว่ารวยเที่ยวบ่อย เอาเข้าจริงๆผมไปทำงานแล้วแวะมากกว่า ซึ่งมีการทำงานแลกเที่ยวด้วยนะ  อย่างออกค่ายอาสาผมบ่อยมาก(ได้แรงมาทำงานเยอะขึ้น) เที่ยวราคาประหยัด หากคุณจองเที่ยวบิน ห้องพักช่วงโปร ล่วงหน้ามันถูกมาก  รถไฟฟรี ส่วนลดที่ต้องใช่บัตรนักศึกษามีไหม  ซื้อตั๋วรถนอนกลางคืนเพื่อไปที่อื่น โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าห้อง ผมเคยเขียนเรื่องเที่ยวว่า

11 เหตุกับผลทำไม....ต้องเที่ยวตอนที่ยัง (หน้า) แบ๊ว !http://aomsin1.blogspot.com/2015/08/11_16.html


รวยกับจนมันช่างต่างกันเหลือเกิน เพราะเงิน หรือประทานบันดาลสุข
อิจฉาคนรวย ?? 
โคตรๆเลย  ไม่อิจฉานะ  ก็มีบ้าง  มีหลายคำตอบ
เกิดมารวยหรือจน ก็โชคดีมากแล้วที่เกิดมาเป็นคน เราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้
       ผมก็เกิดมาจนครับ แต่มองว่าเราควรยอมรับ ในสิ่งที่มันเกิดขึ้น และชีวิตไม่ต้องมีเงินมากก็ได้
แต่ถ้าได้ก็ดี  ซึ่งไม่อยากมีเงินมาก อยากจะทำงานที่อยากทำ มีครอบครัวที่อบอุ่น  ดูแลคนรอบข้างได้ ตั้งแต่ เกิดจนตาย มันอาจจะเหมือนกับ   เราออกจากบ้าน เราเจอปัญหาใหญ่ๆเมือโตขึ้น ซึ่งเราแก้ปัญหาไปเรื่อย ค่อยๆผ่านวันแล้ววันเล่าไม่นานเราก็จะถึงบ้าน























วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

น้ำตาซึมเลยครับ เพราะรู้ว่า.....




#รักในอาชีพปัญหาที่เข้ามามันจะง่าย
ท่าน ผ.อ. ชวลิต  (ร.ร.คลองทวี)

ฝึกงานเจอปัญหามากมาย    วันนี้สอบวันสุดท้ายเทอม 1
 ผมว่าทุกอาชีพต้องเจอว่า (รักในสิ่งที่ทำไหม)
ฝึกสอนผ่านมาครึ่งทางแล้ว ซึ่งกว่าจะผ่านเพื่อนๆก็คงมีปัญหาต่างกัน อย่าง
1. เพื่อนร่วมงาน กับครูพี่เลี้ยง  อ.นิเทศก์  นักเรียนไม่ส่งงาน เสียงดัง
2. การเทียบกับสถาบันอื่น   ไม่มีตังค์ใช้  ความคิดไม่ตรงกับเพื่อนฝึกสอน สุขภาพ
3.เอกสารการประเมินต่างๆ แผนการสอน

นี้คือบางส่วนที่หลายคนเจอแล้วมาเล่าสู่กันฟัง #ดูปัญหาเยอะจัง
     ผมก็เจอครับ แต่เจอโชคดีมากกว่า คือ ร.ร.ที่ผมฝึกงานมี  ท่านผ.อ.ใจดี  ท่านรอง 2ท่านสวยแต่การทำงานเข้ม มีระบบที่ดีมากครับ บรรยากาศสถานที่   การเดินทางสะดวก


      ท่าน ผ.อ.ที่นี้เป็นช่างภาพเก่า ชอบเดินดูตามห้องเรียน หากคุณแต่งตัวไม่เรียบร้อยท่านจะจัดให้อย่างผม ผมผูกเนคไทจัดไม่ตรง ทุกวันนี้เนียบขึ้นครับ  อย่างมีคอเสื้อครูผู้ชายไม่ได้ทรงท่านก็แต่งให้  เดินพูดคุยกับ นร.  ครั้งหนึ่งผมนำเอกสารให้ท่านเซ็น แล้วก็พูดเรื่องภาพถ่าย การทำงาน การจัดการกับปัญหาต่างๆ การบริหารคน ตอนที่รอ ผมรู้สึกว่าผมตัวเล็กมากหากเทียบกับประสบการณ์ของท่าน เจอที่นี้คนแรกสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ที่มีการวางตัวต่างๆ เป็นแบบอย่างที่อยากให้เดินตามครับ

         คุณครูพี่เลี้ยงมี 3 ท่าน  ที่จริงมีท่านเดียว (ภาพข้างบนให้เดา) คิดถึงแม่กับยายเลยครับ เข้าใจผมมากและ ช่วยเหลือ เรื่องการทำงาน ส่งเสริม แนะเทคนิคต่างๆของการใช้ชีวิต เช่น การสอน การดูแลสุขภาพ  การจีบสาวด้วย  ผมว่าเราต้องทำความเข้าใจอย่างผมอยู่กับครูชอบทำอาหาร เลี้ยงแมว ดูการ์ตูน  ชอบของใช้น่ารักๆอย่างปากกา  สมุด  คุณครูงานเยอะ  ชอบกิจกรรม  ทั้งใจดีและดุนักเรียน

 แต่เพื่อนบางคนกับครูพี่เลี้ยงก็ฟิวไม่ค่อยตรงกัน


          นักเรียนก็มีทั้งตั้งใจเรียนมากและน้อย  ตอนสอนนักเรียนเหมือนผมมาเรียนเพิ่มครับ
และตัดสินคดีไปด้วย

             อ.นิเทศก์  เหมือนคุณย่ามาเยี่ยมหลานครับแนะนำ และวันที่มาประเมิน  ท่านขึ้นรถ 2 แถวมาประเมิน พอท่านแนะนำตอนสอนเสร็จ ผมเชิญท่านทานข้าวก่อน อ.บอกว่า อย่าให้อยู่นานเดี่ยวพวกเธอจะกดดันไปตั้งใจทำงานอย่างอื่นเพิ่มๆนะ อ.ดีใจด้วยที่เธอมีการพัฒนาการเพิ่ม
            ตอนส่งท่านกลับคิดในใจว่า เราทำงานพอใช้ได้หรือท่านใจดี เพราะเพื่อนบางคนเจอ อ.ท่านอื่นประเมินแล้วไม่ค่อย โอเคร ทั้งที่เขาทำงานดีกว่าผมหลายเท่า


             เพื่อนๆพี่ๆคุณครูที่ฝึกงานเป็นกันเองช่วยเหลือเต็มที่  และเอฮา น่ารักมาก


         เพื่อนฝึกสอนชื่อเซียร์เราไม่ลงรอยกันครับ "เรื่องถ่ายรูป" แต่เรื่องอื่นยายคนสวย..เบย  ทำให้ผมรู้ว่าเพื่อนร่วมงานฝึกสอนสำคัญมาก เพราะเราต้องช่วยกัน อย่าง แกไหวปร่าวเนี่ย  มีอะไรให้ช่วยไหม  ฉันสวยไหมแก "ฉันสวยกว่าย่ะ555"
ดูแลสุขภาพด้วยนะ
       
        เอกสาร แผนการสอน แบบประเมินต่างๆ ทุกคนต่างคือเพื่อนส่วนมากจะงง ครับ เพราะไม่ค่อยเข้าใจทาง ม. หรือเพราะคำสั่งก็ไม่แน่ใจ ซึ่ง อ.นิเทศก์จะช่วยหาทางออกให้ รวมถึงอ่านคู่มือ และต้องติดตามข่าวสารจากทางคณะที่มหาลัย  ส่วนตัวผมเคยทำไฟล์แผนหาย  หาย หายหมดเลย ไวรัสเขมือบจร้า   ตอนใกล้จะส่ง ต้องมานั่งกู้ข้อมูล และค่อยๆแยกไฟล์งานกับไวรัส  อยากจะร้องดังๆ "แนะนำว่าอัฟเดทสแกนไวรัสใหม่ๆ และทำ system protection ไว้เสมอ หรือถ้า มีการสำรองไว้หลายๆที่จะดีมาก"   หากลืม หรือลบไปแล้ว ฟอร์แมตไดร์ ผมมีโปรแกรมกู้ไฟล์

         สุขภาพสำคัญมาก ผมอยากขอบคุณร่างกายที่แข็งแรง เพราะออกกำลังกาย ซึ่งป่วย 2 ครั้ง  1. ไข้หวัด เจ็บคอ ทั้งอาทิตย์เหนื่อยมากครับ แต่ไม่หยุด เพราะคิดว่ายังไหวๆ ซึ่งกลับหอนี้หลับอย่างเดี่ยว         2.ท้องเสีย ลาหยุด 1 วัน

         คุณครูสุขสันต์วันเกิด 23 ปี (ขอบคุณคณะครูคราบ) ช่วงนี้มีความสุขเหมือนตอนเรียนที่มหาลัยปี1 กับ 2  บางคนบอกว่าฝึกงานเหนื่อยมาก ส่วนตัวคิดว่า ชีวิตจริงกำลังจะเริ่มแล้วครับ เกรด A  B C มันไม่ได้วัดทั้งหมดของชีวิต แต่ก็สำคัญนะ   พอๆกับงาน เงิน เงินสำรอง สุขภาพ เพื่อน ครอบครัว บางคนว่าเรียนไม่จบก็ประสบความสำเร็จ  เพราะว่าเขาขยัน ฉลาด กว่าคนแบบเราๆ จริงไหม? หากอยากสร้างรอยเท้าเป็นของตัวเอง ต้องทำสิ่งไหนเพิ่ม

ดูเหมือนทุกอย่าง OK แต่ปัญหาของผมคือ "ตัวผมเอง"

     ผมจะมีสมุดจดคำถามกับปัญหาที่พบและเขียนสรุปแทบทุกวันจนถึงวันนี้
หากให้เกณฑ์คะแนน  100  ผมให้ตัวเอง 30 ครับสำหรับการฝึกงาน  ถึง อ. จะบอกโอเคร
ผมดูภาพที่ถ่ายกับนักเรียน อ.นิเทศก์ ครูพี่เลี้ยง เพื่อนฝึกสอน กิจกรรมต่างๆ อ่านสมุดจดบันทึก ทุกคนที่เกี่ยวข้องสนับสนุนแนะนำเราดีทุกอย่าง น้ำตาซึมเลยครับ  เพราะรู้ว่าเราทำไมไม่ทำให้มันดีกว่านี้ว่ะ

      ในเทอมนี้  ผมเรียนเพิ่มอย่างอื่นที่ไม่ใช่การสอน ทำงานเสาร์ อาทิตย์
อีกอันผมพยายามแก้ปัญหามา 2 ปีกว่าแล้ว ตอนคิดจะไปเรียนอย่างอื่น แต่ต้องทำอีกอย่าง เหมือนคบกับสาวที่รู้ว่าต้องแยกทาง หรือที่เคยอกหัก เรื่องแบบนั้นมันดูเล็กไปเลย

    ยังเหลืออีกเทอมผมจะสู้และต้องพัฒนาให้มากกว่านักศึกษาจะทำได้ให้ได้

  การทำงานที่เล่ามา สภาพแวดล้อม บุคคล เพื่อนร่วมงาน มีผลกับการดำเนินต่างๆที่เข้ามา วันนี้ผมเชื่อแล้วครับว่า "ทัศนคติ" ที่ดีสำคัญมาก เพราะ"เราต้องเตรียมพร้อม สำหรับผลลัพธ์ ที่จะเกิดขึ้น ทุกรูปแบบ" ถ้าคุณทำงาน เจองานที่คุณชอบกับรักอยู่ตอนนี้   ผมดีใจด้วย ครับผม

ขอให้ความสุขที่ดีที่สุดอยู่กับทุกท่านตลอดไปครับ
จาก...อดิศร


หากบทความนี้เป็นประโยชย์กับคุณให้แชร์ต่อ
 ขอบคุณที่เสียสละเวลาอันมีค่า  อ่านจบ ครับผม


วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

วันนี้ ช่วงเวลานี้ รู้เท่านี้ เอาไปใช้พรุ่งนี้


       แม่ผมเคยบอกว่า หากอยากไปที่ไหน ก็ให้ไปอ่านหนังสือเอา  ตอนผมเด็ก  ผมก็บอกว่ามันก็แค่ตัวหนังสือบนกระดาษกับภาพ  ผมเลยเลือกเปิดดูภาพแทน "ก็เด็ก ครับ เด็ก" เบย...
       พอโตมาผมก็ดูตัวหนังสือมากขึ้น  แต่ภาพก็ชอบนะมากด้วย  ซึ่งบ่อยครั้งผมจะมีหนังสือติดกระเป๋า
คือไม่ใช่เด็กเรียนนะ เด็กดื้อ อ่ะ เบย...
ผมว่านะอันที่จริงแล้ว  อาจจะเพราะโลกส่วนตัวสูงก็ได้ จนทำให้มีหนังสือเล่มโปรด หลายเล่มจะมาแนะนำครับ

เคยอ่านหรือผ่านตาปร่าวครับ

" ลูกอีสาน "  หนังสือเล่มแรกของวัยประถมเลยครับ  ซึ่งเป็นหนังสือที่เล่าถึงการใช้ชีวิต ชนบทของภาคอีสานโดยมี ครอบครัวของคูณ (เด็กน้อยคูณ) เป็นตัวดำเนินเรื่อง การเขียนเป็นการบอกถึงขนบ ธรรมเนียม การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในคนในหมู่บ้าน  การเดินทางหาอาหาร  เล่าเรื่องนายฮ้อย
(นายฮ้อย คือเรื่องราวของกลุ่มพ่อค้า ที่มีบทบาทอย่างยิ่ง ในท้องถิ่นภาคอีสาน โดยเฉพาะนายฮ้อยวัว-ควาย )

"ลาวและนาย"

         1 คัน 2 คน 14 วัน 1450 กิโลเมตร บันทึกการเดินทาง 2 หนุ่มเชอร์ ช่างภาพกับเพื่อนที่ดังในเว็บพันธิฟ จนได้ออกมาเขียนในหนังสือ ซึ่งผมตามอ่านจากพันธิฟจนถึงซื้อหนังสือมาครับ  โทนภาพสวยสบายตากับการใช้คำที่เป็นกันเอง  มีข้อคิดคำคม บทที่ชอบคือ ออกซิเจนความสุข แถวบ้านเรียกโดนใจวัยรุ่น หลายๆ  เขาไม่ได้ไปเที่ยวแต่ไปเดินทาง เรื่องราวมิตรภาพ

หนังสือที่ทำให้ผมอยากไป แบ็กแพ็กเกอร์ (Backpacker)ที่ประเทศลาวครับ ซึ่งก็ไปมาแล้ว ฮ่าๆ

 



 แฮร์รี่ พอตเตอร์ หนังสือ ผู้เขียน: เจ. เค. โรว์ลิง
หนังสือมี 7 เล่ม
ภาพยนตร์มี 8 เรื่อง ภาค 1-6 กับ ภาค 7.1 และ 7.2 (หนังสือเล่มสุดท้ายแยกสร้างภาพยนตร์เป็น 2 ตอน)
        ใครไม่รู้จักอยากบอกว่า หนังก็มีนะ แต่การอ่านหนังสือก็สนุกและรู้จักการใช้คำ เพื่อจะได้คิดตาม แถวบ้านเรียกจินตนาการ





หนังสือมี 3 ตอน ส่วนเพิ่ม คือเรื่องของ ฮอบบิท
           ผมเคยทำรายงานส่งอาจารย์ วิชา Novel ท่านให้เลือก 1 ตอน แต่ผมอาสาทำ 3 ตอน ท่านถามว่าจะอ่านจบแล้วมาวิเคราห์ไหวไหม เพราะเนื้อหายาวมาก พอส่งงาน อาทิตย์ต่อมา ท่านเดินผ่านแล้วบอกว่า รายงานเธอ 41 หน้า น่าอ่านมาก เขียนใช้ได้ "ผมชอบเรื่องนี้ครับ " อาจารย์ ผมอ่านทุกภาค
มาเล่าถึงหนังสือต่อครับ
         นี่คือปฐมบทการผจญภัยเพื่อทำลายแหวน ซึ่งนำไปสู่สงครามครั้งยิ่งใหญ่ของโลก   ที่ไม่ได้มีแค่มนุษย์อาศัยอยู่เท่านั้น หากยังมีพวก เอลฟ์ ฮอบบิท คนแคระ ทรลล์ ออร์ค และเผ่าพันธุ์อื่นๆ เป็นสงครามที่มีต้นกำเนิดเดียวกับทุกสงครามที่เกิดขึ้นทั่วโลกทุกยุคทุกสมัย  ซึ่งตัวพระเอกเป็นปุถุชนธรรมดา แต่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่   เรื่องราวเริ่มต้นที่ความสนุกสนานรื่นเริงในงานเลี้ยงอำลาที่ไม่มีใครคาดฝัน "บิลโบ แบ๊กกิ้นส์" ออกจากบ้านไป ละทิ้งสมบัติพัสถานทุกอย่างที่ได้มาจากการผจญภัยพิลึกพิลั่นของเขาเมื่อหลายปีก่อน รวมทั้ง "แหวน" อันเป็นมหันตภัย ให้ตกเป็นของหลานรัก "โฟรโด แบ๊กกิ้นส์" โดยไม่รู้ว่านั่นคือการมอบมรดกอันเป็นหายนะโดยแท้ เพราะมัันคือแหวน ซึ่งทำให้ผู้ที่ครอบครองมีอำนาจจนสามารถทำลายล้างโลกได้ โฟรโด พร้อมด้วย "พันธมิตรพันธมิตรแห่งแหวน" จึงต้องออกเดินทางสู่โลกกว้าง ฝ่าฟันอันตรายนานัปการ เพื่อนำแหวนไปทำลายในดินแดนของอสูรร้ายที่สร้างมันขึ้นมา เ



ผมเป็นแฟนหนังสือ พระมหาสมปอง ครับ เคยกราบนมัสการท่านด้วยตอนไปถ่ายคอนเสริตร์พี่หนุ่มกะลา
อยากอวดๆ

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559

ถ้าเจอแล้ว กอดไว้แน่นๆ เลยครับ


คำเดียวนี้ หลายคน เคยได้ฟัง ได้ยิน
และรับรู้ถึง อนุภาพ ว่ามีการทำลายล้างสูง
หรือแรง สร้าง ให้หลายๆคน แสดง
 แพทชั่น ที่หลากหลาย

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
แต่ถ้ามีทุกข์ ก็คู่กับสุข

ความรักของแต่ละคน ล้วนเหมือนกัน(ยังไง)
คือ มีพบ มีจาก คนเราไม่จากเป็น
 ก็จากตาย  " สัจธรรม "
มีหน้ามีหลายคน อยากมีแฟน
อยากมีความรัก อยากถูกรัก
อยากมีสัก กะ คนเข้าใจ



ถ้าเอาจริงๆแล้ว เราคาดหวัง
กับเรื่องแบบนี้มากไปไหมครับ
ว่าต้องมีแฟน หน้าตา ฐานะ นิสัย
คือแบบ หล่อ โปรไฟล์ดี มีรถขับ
น่ารัก เก่ง มีเหตุผล(มันก็มีกันทุกคนล่ะ) ว่าไหม
อันนี้ที่ว่าข้างต้น คือ ความ"คาดหวัง"


หากไม่ได้ล่ะ
หากได้มาแล้ว
มันอยู่กับเราไม่นานล่ะ

    ความรักที่ คิดว่าดี ของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน
แล้วแต่คำจำกัดความของแต่ล่ะคน

มันเป็นเรื่องของคนหลายคน
 แต่คนที่จะตัดสินใจจริงๆ มี2 คน

รัก มีหลายแบบ



อยากมีแฟน จะพาไปเปิดตัว
แล้วคำว่าเปิดตัว
มันต้องมีอะไรล่ะ อย่าง
พาไปเจอเพื่อน
ตั้งสถานะว่าคบกันใน facebook

รูปคู่ขึ้นโปรไฟล์ ก็แล้วแต่ล่ะคนครับ

ทำไม บางคน บางครั้ง ไม่ใช้ การสังเกต
ใช้ sense  แถวบ้านเรียก
"ถามหัวใจ ใช้สมองช่วย"
ความเป็นตัวเราว่า
เค้าจริงจังกับเราแค่ไหน

หรือถามไปตรงๆ เลยถ้าไม่กลัวคำตอบ
ว่าทำไมถึงไม่เปิดตัว หรือจริงๆ เขา

" ชัดเจนกับเราแค่ไหน"


 บางทีเราอาจจะคาดหวังมากไปเอง
เรื่องรักไม่เก่ง คิดไปเองถนัด

ในบางที บางคน อาจมองว่า
รักนะแต่ไม่แสดงออก

เพราะคิดว่า
ยังโพรสรูปคู่ ที่แม่จ่ายค่า internet
กลับมานอนบ้าน ที่พ่อจ่ายค่าไฟ

เราก็ต้องถามตัวเราเองว่า
เค้า กับ เรา พร้อม เพราะปัจจัยทางสังคม
หน้าที่การงาน ที่จะรับเรื่องราวของเขา
มาร่วม แชร์ สุขทุกข์ด้วยกัน


บางครั้งความพร้อม
มันวัดค่าไม่ได้

ทุกเรื่องราวล้วน มีเหตุ ปัจจัย
เมื่อเราอยู่กับปัจจุบันแล้ว
ขอให้ มีสติ สตังค์  สบายดี

 สะดุ้งตอนเค้า เดิน มาซน
ทั้งสองคนใช้  คือ
ไม่ต้องรอใครตัดริบบิ้น


เอาเป็นว่า
 กอดไว้แน่นๆ เลยครับ




สุดท้ายนี้ขอให้
รอยยิ้ม ความรัก  ความสุข
สถิตย์อยู่คู่ กับ ทุกคนคร้าบบ

หากเจอผมไปถ่ายพรีเวดดิ้งได้นะ  อิอิ




วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Package / อุปกรณ์ / ตัวอย่างผลงาน




ตัวอย่างภาพ งานแต่ง


ตัวอย่างภาพ  งานบวช

บวชเณร วัดทองเนียม กทม.



ตัวอย่างภาพ  งานพิธีทางศาสนา





ตัวอย่างภาพ งานสัมนา


ตัวอย่างภาพ  กิจกรรม

ตัวอย่างภาพ  งานโปรไฟล์


รับปริญญา สำหรับ 3 ท่านขึ้นไปเพิ่มท่านล่ะ 200 บาท





เพจ facebook คลิก
AOM-ADISORN



  การส่งงาน / ส่งที่ท่านจะได้รับ
3 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน ขึ้นอยู่กับคิวงาน
ทางไปรษณีย์  หรือ  เดินทางไปส่งให้ท่าน
    ครึ่งวัน
1.DVD สกรีนแผ่น พร้อมปก ใส่กล่องอย่างสวยงาม
2. รูปภาพ 4*6 จำนวน 20 ภาพ
   เต็มวัน
1.DVD สกรีนแผ่น พร้อมปก ใส่กล่องอย่างสวยงาม
2. รูปภาพ 4*6 จำนวน 40 ภาพ

ออมสิน    Tell : 098-332-2716

อุปกรณ์ช่างภาพ
กล้อง 2 ตัว
canon 60d 1 ตัว
canon 700d   1 ตัว

เลนส์  4 ตัว
fix 35 f2    (หน้าชัดหลังเบอ )
fix 50 f1.8 ( หน้าชัดหลังเบอ )
normal 18-135 ( ถ่าย กว้าง ซูม )
sigma  10-20  (วาย ถ่ายมุมกว้าง)

แฟลช 1 ตัว
canon ex 580  1 ตัว
 "ครบทุกช่วงถ่ายได้ทุกแบบครับ"





แต่งภาพโดย
โปรแกรม Lightroom และ Photoshop

***โอนมัดจำ 1 ใน 3 เพื่อจองคิวถ่ายภาพมาที่ ***
บัญชี ธนาคารกรุงเทพฯ
เลขที่บัญชี:  938-016-1027
                    นายอดิศร กรมศรี

บัญชี ธนาคารไทยพานิสน์
เลขที่บัญชี: 403-476-8454
                    นายอดิศร กรมศรี

****เสร็จแล้วส่งหลักฐานการโอนเงินด้วยครับ
ผมจะลงคิวงานให้ทันที ^^ 

อัตราค่าบริการ
"วันสำคัญของท่าน 1 ภาพ ล้านความหมาย"
Package 1   ครึ่งวัน  3,000  บาท
Package 2  เต็มวัน   3,900  บาท

รับปริญญา  งานแต่ง  งานบวช
งานพิธีทางศาสนา  งานสัมนา  กิจกรรม   งานโปรไฟล์
กรณีต่างจังหวัด บวกค่าที่พักและเดินทาง 70%
 ของระยะทางรถสาธารณะ
ราคาตาม Package ครับ

>สอบถามวันว่าง >เลือก Package ที่ต้องการ
 >โอนมัดจำ 1ใน 3 เพื่อจองคิวงาน
 >ส่งหลักฐานการโอนเงิน
 >ลงคิวในตารางงานของช่างภาพ 

> ขอบคุณครับ ^^



วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ความเป็นดาว เห้ย ครูฝึกสอน หรอก

เพิ่มคำอธิบายภาพ (เปิดตัว)

คุณไม่เข้าใจความเป็นดาว เห้ย ครูฝึกสอน หรอก !

ทำไมเธอถึงเชื่อ ครูออม
คือ เพราะว่าครูทุกคนต้องมีจรรยาบรรณ ไม่โกหก ครับ
แล้วฉัน จะไปต่อยังไง
(ด.ช. ธนกฤษ กับครูรำไพ) พูดเรื่องผมมีแฟนหรือยัง

ผมเป็น teacher student ครับ จะมาเล่าเรื่องชีวิตช่วงนี้ให้ฟัง

กาลครั้งหนึ่ง ดูเหมือนจะนาน คือเราเป็น
นศ.ฝึกสอนวิชา.........(ไม่บอก) อยากให้เดา
ถ้าถูกถึงจะรู้  ผมได้รับภารกิจสอน คือ ป. 4 ป.5
ของ รร.คลองทวีวัฒนา กรุงเทพมหานครประเทศไทย
จะพูดทำไม !

รร.มีกิจกรรมคล้ายกันกับ รร.อื่นๆ ทั่วไปมั่ง
 จะไม่ขอลง detail นะครับ


" คือว่า ดูภาพ ก่อนครับ กลัวจะไม่เห็นภาพ "































เป็นไงบ้างครับ ทนดูภาพ ครูออมถ่ายเองนะ
ปล.บางรูปวานชาวบ้านแซะให้ 

รร.เข้าแถว 08:00 เริ่มเรียน 08.30 คาบแรก 
เลิกเรียน 15.30 แยกกลับ Home , House 
หรือ dormitory ก็ว่ากันไป
การสอนในแต่ล่ะวันเราจะเจอเหตุการณ์ 
ที่ต้องตัดสินคดี เพื่อนไม่ทำงานน่ะครู 
คนนั้นแกล้งหนู คนนี้ออกนอกห้อง 

บางคนมองว่าง่าย  สำหรับผมแล้ว
"ไม่มีงานไหนง่าย แต่ก็ไม่มีงานไหนยาก เกินปรับตัว"
คุณไม่เข้าใจความเป็นดาว เห้ย ครูฝึกสอน หรอก !




















งานไม่ส่ง ลืมอยู่บ้าน งานหาย ขี้เกียจ 
ต่อยกันชั่วโมง 1 ชั่วโมง 3 กอดคอกันล่ะ 
( อาจจะล้อชื่อ แม่  ) ครูค่ะ คือเขาอย่างนั้น 
คนนี้อย่างนี้ ใน class room เราจะเจอ ลิง 
เสือ แมว ผีเสื้อ หมายถึงนักเรียน
มีที่ตั้งใจเรียนมาก กับเกือบๆตั้งใจ 
แต่เขาจะมีคำถามที่คาดไม่ถึงเสมอ 


ประเด็นคือเราจะตอบอย่างไรล่ะ 
สอนอย่างไร เด็กชอบเรียนก็สอนแบบนี้ 
เด็กดื้อสอนแบบนั้น
 เด็กมีปํญหาทางครอบครัวนั่งซึ่มเงียบๆ
 แล้วคนที่วิ่งทั่วห้องเราต้องจี้ ขู่เข็นให้งานเสร็จล่ะ 
 มันยุ่งเน้อครูเนี้ย งั้นสอนแต่เด็กที่ตั้งใจ 
คนที่เก่งๆพอก็เด็กไม่ฟังเอง “ถ้าคิดอย่างนี้ 
คุณจำจรรณยาบรรณได้ กฎหมายการศึกษาวรรคที่ 
 ทฤษฎีแม่น มันไม่พอครับ” สำหรับครู 
 
ผมขอเล่า
 (ช่วงเข้าพรรษานะ แต่ก็ต้องเล่า)
ป 5/4 ห้องเทพ มีเด็กชายวิ่งทั่วห้อง 
ดื่อระดับ 9.0 จาก 10 (ผมคิดเอง) สารพัดปัญหา 
ถ้าเป็นคุณจะจัดการยังไง..........  
ถ้าคิดออกหรือมีวิธีส่งเมลบอกผมด้วยครับ
  

 
 
อันนี้เป็นวิธีการของผมครับ
มด มด มด  ant, ant, ant 
 
 
วันนั้นคาบ 6 เขาวิ่งเหนื่อยและออกนอกห้อง 
หลังผมสั่งงานแต่ นักเรียนคนนั้นไม่ว่างทำ  
เพราะวิ่ง กวนเพื่อน  
 ผมปล่อยเขาวิ่งพักหนึ่ง นร.ก็ทำงานล่ะ
  ผมเลยถามเขาว่าวิ่งเหนื่อยไหม
(S = student   T= Teacher ) 
 
S : เหนื่อยดิครูถามได้ ครูไม่ลองวิ่ง 
T: ครูวิ่งเยอะกว่าเธออีกตอนเด็ก แต่งานเสร็จนะครับ
S : ครูโกหกปร่าว  
T: อยากรู้ไหม ถ้าอยากรู้  ไปยกของช่วยครู 
จะเล่าให้ฟัง (เขาเป็นเด็กชอบอาสาครับ)
S : ได้เลยครู (ผมสอนบนตึกชั้น 4 ชั้น) ระหว่างเดินลง
T: ผมถามนั้นนี้ กีฬา กลับบ้านทำอะไร 
      ชอบสาวเป็นหรือยัง    
S : ครูทำไมไม่ตีพวกผม ผมกวนโอ้ยเพื่อน และเสียงดัง
T:  ก็รู้นิ ทำไมทำอ่ะ อยากตอบก็ตอบตรงๆ 
       ลูกผู้ชาย ไม่ตอบก็ไม่เป็นไหร่
S : คือไม่มีใครสนใจผมจริงๆน่ะ 
     พวกมันชอบหัวเราะสิ่งที่ผมทำ
 
T:   ครูก็เคยเป็นนะ ไม่ค่อยมีใครแคร์
      แต่ครูคิดว่า เราแคร์พ่อ แม่ คนที่รักเราดีกว่า แคร์คนทั้งโลก
S : มันก็จริง ครับ
T:  ครูมีอะไรให้ทำ นี้กระดาษ เอ 4 ครูจะเขียน 
      A-Z กวนครูเหมือนที่กวนเพื่อนให้หน่อย
S : ไม่กล้าทำครับ 

T:  ทำไมล่ะ แค่ลองเฉยๆ กวนลองดู
S : ก็ครูเป็นครูผม ผมไม่ควรทำ เพราะครูไม่ใช่เพื่อนผม
T:  งั้นเธอลองเขียน  1-10 หรือ A-Z ก็ได้ 
       เดียวจะบอกว่าให้เขียนทำไม
(เขาก็เขียนครับ ผมก็เอามือไปจับกรดาษ ดึงเสื้อ แกล้งนั้นนี้ ) 
S :  ครูกวนผมทำไม แล้วให้ผมเขียนทำไม 
T:   ลองนับ 1-10 ดูสิ 
S :    1 2 3 4 5 
  
ขั้นพักเวลาอ่าน

T:  ระหว่างที่เขานับผมก็ นับมั่ว 5 9 7 3 10
      ให้เขาสับสน ทำอยู่หลายรอบ
      แล้วถามเขาว่า เมื่อสักครู่ ชอบไหม 
       เอาตอบตรงๆนะลูกผู้ชาย
S : ไม่ชอบครับ มันรำคาญ  ยังไงไม่รู้ครับ
T:  มันก็คล้ายๆที่เธอกวนเพื่อน
      ในห้องตอนครูสอน ล่ะมั้งว่าไหม
      เพื่อนที่หัวเราะเธอ
      เพราะเขารู้คำตอบหรือรู้ว่า 
      เห้ยเอง มั่วนิหว่า 

S :  ครูอ่ะ คือว่า 
T:  แล้วจะกวนเพื่อนอีกไหม
S : ก็  ไม่แล้ว ครับ 
T:   จริงปร่าว นี้ลูกผู้ชายพูดนะ 
        หล่อด้วย  มีอะไรรับประกัน
S :  ผม คือ ผมสัญญา ครับ
T:   โห้ ดูยิ่งใหญ่ ถ้าสัญญาแล้วทำไม่ได้
       อย่าเลยไม่ว่าเรื่องอะไร 
       คนหล่อเขาไม่ทำกัน
S :  จริงครับครู สายตาครูโหด 
T:    Ok  ครูจะรับฟัง ทำให้ได้นะ 
       จะรอดู วันศุกร์แล้วกลับบ้าน ครับ
       เจอกันวันจันทร์
 
เก็บกระเป๋า  ไปเซ็นชื่อก่อนกลับ  เจอ
ท่านรองผู้อำนวยการ พอดี
: ครูออมสินไปทำอะไรมาสาระภาพเดี่ยวนี้
คือผม...................... เอวัง EP 1


บทความนี้ แชร์หรือดัดแปลงได้ 
 แต่ต้องใช้สัญญาลิขสิทธิ์เดียวกับต้นฉบับเท่านั้น